|
| |
|
| |
|
| |
|
|
ประวัติความเป็นมา |
| |
บ้านส้มผ่อเดิมอพยพมาจากเมืองน้ำเนา โดยท้าวสุริยะเป็นขบวนใหญ่ มีเสนาอำมาตย์ติดตามอยู่หลายคน อาทิเช่น
-ท้าวกิตติกา เป็นเสนาอำมาตย์ฝ่ายขวา
-ท้าวกิตติลาด เป็นเสนาอำมาตย์ฝ่ายซ้าย
-ท้าวหาญสงคราม ไม่ปรากฏตำแหน่ง
-ท้าวชัยสุริยงค์ ไม่ปรากฏตำแหน่ง
|
| |
|
| |
|
| |
เมืองชุมพร(ตำบลส้มผ่อ)เป็นหัวเมืองชั้นนอก ตั้งขึ้นในปี ๒๓๒๕ พระยาดำรงเดชานุภาพเดินทางพร้อมพร้อมทั้งขบวนช้าง
ม้าผ่านมาที่เมืองน้ำเนาและได้ไปบ้านสิงห์ท่า และตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นเมืองยศ ซึ่งท้าวหน้า ท้าวสิงห์เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันคือจังหวัดยโสธร ในสมัยนั้น ท้าวกิตติกาก็เคยไปมาหาสู่กับเจ้าพระยาสุริยะ ชวนกันไปส่งส่วยบั้ง(ภาษี)เป็นประจำ ครั้นต่อมาการส่งส่วยบั้ง(ภาษี)มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากเจ้าพระยาสุริยะติดการพนันพร้อมทั้งอำมาตย์ซ้าย ขวาจึงได้ฝากส่วยไปกับเจ้าเมืองมุกดาหาร แต่ เจ้าเมืองมุกดาหารได้เอาเงินไปใช้จ่ายโดยที่ไม่ส่งส่วยให้กับเมืองโคราช จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้ เกิดการฟ้องศาล และเจ้าพระยาสุริยะก็ได้ถูกจับกุมตัว ไปลงโทษเนื่องจากขาดการส่งส่วย(ภาษี) |
| |
จากเหตุการณ์ดังกล่าว พระเจ้าสุริยะก็ได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยโรคท้วงร่วง ส่วนท้าวกิตติกา ท้าวกิตติลาด และท้าวสงครามก็ได้หายสาบสูญไป และชาวเมืองชุมพร(บ้านส้มผ่อ)ได้รับร่างของพระเจ้าสุริยะมาดำเนินพิธีทางศาสนาหลังจากนั้นก็ได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่านมาสถิตอยู่ ณ ศาล ปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่า ดอนปู่ตา ซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชาของชาวบ้านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นมาในด้านการบริหารบ้านเมืองก็ให้พระนางแพงศรีซึ่งเป็นสนมเอกได้ดูแลบริหารบ้านเมืองต่อ แต่ก็ล้าหลัง จึงได้กลายสภาพเป็นเมืองเก่าจนกลายเป็นตำนาน ได้เล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน |
| |
|
| |
|
| |
สำหรับวัฒนธรรมประเพณีที่ชาวบ้านส้มผ่อถือปฏิบัติมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันคือการเอาชะตาบ้านเมือง ซึ่งการเอา ชะตา ของชาวส้มผ่อจะทำกันในช่วงของบุญเดือนหก(ประเพณีบุญบั้งไฟในปัจจุบัน)เพื่อเป็นการขอฟ้าขอฝนในการทำไร่ทำนาของชาวบ้านและการเอา ชะตา ก็ถือเป็นการสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของ น้ำ พืชพรรณธัญญาหารของบ้านส้มผ่อในปีนั้นๆ สำหรับการเอา ชะตา ก็จะมี นายพราน เสือ และสุนัขโดยใช้คนในพื้นที่แสดงเป็นตัวละครดังกล่าว ส่วนอุปกรณ์ก็จะมีตาข่าย และหัวควายด่อน(ควายเผือก)ที่โดนฟ้าผ่าตาย ซึ่งการเล่นเอา ชะตา จะมีการแล่นหน่าง(ดักตาข่าย)คล้องเสือโดยมีนายพรานและสุนัขไล่ต้อนเสือออกมาให้ติดหน่างหรือตาข่ายเพราะสมัยก่อน ถือได้ว่าเสือตัวน ี้เป็นตัวที่ทำให้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลและ เสือตัวนี้ก็จะออกมากินสัตว์เลี้ยงเช่นวัว ควาย ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเป็นที่มาของการเอา ชะตา ของชาวส้มผ่อสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน |
| |
|
| |
|
| |
-นามสกุล ทับแสง มาจากแม่ทัพคนที่ชื่อ ท้าวแสง
-นามสกุล บุตรอำคา มาจากเสนาอำมาตย์รัษาพระองค์รักษาอาวุธยุทโทปกรณ์
-นามสกุล พลมาตย์ มาจากเสนาอำมาตย์ที่รักษาเครื่องทรงช้างทรงม้า
-นามสกุล วรสาร มาจากทหารส่งข่าวสาร |
| |
ซึ่ง ๔ ตระกูลนี้คือเชื้อสายผู้ก่อตั้งเมืองชุมพรหรือบ้านส้มผ่อ ในเวลาต่อมา นายลี ทองวัน ปรากฏตัวเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ในตำบลส้มผ่อซึ่งเรียกได้ว่า ขุนนุกูลประชา ก็คือบุตรคนที่ ๓ ของท้าวกิตติกาโดยขุนนุกูลประชาได้นำทรัพย์สินของมีค่าและข้อมูลต่างๆเพื่อที่จะไปตั้งกิ่งอำเภอเลิงนกทา และสร้างวัดศรีบุญเรืองที่เห็นอยู่ทุกวันนี้(ปัจจุบันอยู่ที่เลิงเก่า)ส่วน คัมภีร์เมืองชุมพรได้สูญหายไปแล้วแต่ก็มีบางสิ่งที่ยังเหลืออยู่เช่นหอก ดาบ เครื่องทรงม้า ทรงช้างปัจจุบันยังมีให้เห็นอยู่ที่บ้านส้มผ่อ |
| |
|
| |
ผู้ให้ข้อมูลประวัติบ้านส้มผ่อ
|
| |
- พ่อใหญ่เพ้า ธรรมฤทธิ์
- แม่ใหญ่เต้ ธรรมฤทธิ์
- พ่อใหญ่สี จันทะชัย
- พ่อใหญ่ล้วน บุตรอำคา
- พระอาจารย์ก่วง ฐาวโร
- พ่อใหญ่จารบูรณ์ ทับแสง
- พ่อใหญ่อน วรสาร
- พ่อใหญ่คำ พูลทอง
- พ่อเสา บุตรอำคา
เรียบเรียงโดย ส่วนการศึกษาองการบริหารส่วนตำบลส้มผ่อ |
| |
|
| |
|
| |
|